LINE : @SC168CLUB
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ SCBET168.COM เว็บแทงบอล แทงบอลออนไลน์ คาสิโน บาคาร่า สล็อต บริการตลอด ฝาก-ถอน 24 ชั่วโมง
REGISTER NOW สมัครสมาชิก
DEPOSIT ONLINE แจ้งฝากเงิน
PAYMENT ONLINE แจ้งถอนเงิน

โซลชาเก้าอี้ร้อน ! ผ่า 5 ประเด็น เบิร์นลี่ย์ บุกฝัง แมนยู คาบ้าน

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ เริ่มตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง เมื่อ “ผีแดง” เปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา พลาดโอกาสสำคัญในการทำแต้มไล่จี้ เชลซี ในการลุ้นอันดับท็อปโฟร์

    ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเกมรับ และเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาอย่างมาก ในส่วนของแนวรับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่สามารถพึ่งพาได้ เมื่อเทียบกับเม็ดเงินจำนวน 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท) ที่ควักจ่ายให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

    ขณะที่แนวรุกเมื่อไม่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด พวกเขาเหมือนกับขาดเครื่องจักรในการทำประตูทันที เพราะการที่จะพึ่งพา อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ต้องยอมรับว่าเป็นอะไรที่มืดมนสุดๆ โดยตอนนี้ หัวหอกเลือดเฟร้นช์ ขาดความมั่นใจสุดๆ แต่ที่ยังพอมีความหวังก็คือ เมสัน กรีดวู้ด เพราะเด็กคนนี้เต็มไปด้วยทักษะ และหาก โซลชา กล้าใช้งานเขาบ่อยๆ อาจจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการใช้ มาร์กซิยาล ก็เป็นได้

1.ปัญหาเกมรับ
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเป็นทีมที่เล่นงานคู่แข่งจากลูกตั้งเตะได้เยอะมากในยุคที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุมบังเหียน ขณะเดียวกันพวกเขายังสามารถจัดการกับลูกฟรีคิกของคู่แข่งได้ดีเยี่ยม แต่ในยุคโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทุกอย่างสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

    ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่าน “เร้ด เดวิลส์”ลงทุนมหาศาลในการดึง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ด้วยเงินที่เป็นสถิติกองหลังแพงสุดในโลก แต่ดูเหมือนว่าเงินก้อนนั้น แทบจะสูญเปล่า เพราะปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ไม่สามารถเข้ามาอุดรอยรั่วในแนวรับของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย

    สถิติในเกมพรีเมียร์ลีก เห็นได้ชัดเจนว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียไปถึง 29 ประตู เยอะเป็นอันดับ 2 ของทีมในอันดับท็อปไฟว์ (เชลซี เสียมากสุด 32 ประตู) โดยในเกมนี้จังหวะเสียประตูแรกเริ่มต้นจากลูกตั้งเตะ และหนึ่งในนักเตะที่ต้องถูกตำหนิก็คือ แม็กไกวร์ ที่ปล่อยให้ คริส วู้ด สลัดหนีไปหาพื้นที่ว่าง และยิงตามน้ำเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 

    ขณะที่ครึ่งหลัง วู้ด กับ เจย์ โรดริเกซ ทำชิ่งกัน ก่อนที่ โรดริเกซ จะแตะหนี แม็กไกวร์ และหลุดเข้าไปซัดเต็มข้อบอลพุ่งแหวกอากาศทะลุเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างงดงาม โดยที่ ดาบิด เด เคอา หมดสิทธิ์ที่จะป้องกันอะไรได้เลย ฉะนั้นไม่ว่า แม็กไกวร์ จะจับคู่เซนเตอร์กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ หรือ ฟิล โจนส์ ก็ไม่แตกต่างกันเพราะทีมมีปัญหาในการเล่นเกมรับ 

2. มาร์กซิยาล พึ่งไม่ได้
    จะมีใครรู้บ้างไหมว่าหนึ่งในเงื่อนไขในสัญญาตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กระชากตัว อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล มาจาก โมนาโก ก็คืออดีตต้นสังกัดของนักเตะจะได้รับโบนัสหาก หัวหอกเลือดเฟร้นช์ สามารถคว้ารางวัลบัลลงดอร์ หรือบอลทองคำมาครอบครองได้

    สำหรับตอนนี้เงื่อนไขดังกล่าวอาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะฟอร์มของ มาร์กซิยาล ในช่วงที่ผ่านมาน่าผิดหวังเหลือเกิน ทั้งในเกม “แดงเดือด” ที่แพ้ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวก็มีโอกาสทองฝังเพชรแต่ดันกดเต็มหลอดบอลข้ามคานหน้าตาเฉย ขณะที่ในเกมกับเบิร์นลี่ย์ เขาก็มีโอกาสทองฝังทั้งเพชรทั้งพลอยในกรอบ 6 หลาแต่คิดช้าไปหน่อยก็เลยโดน ชาร์ลี เทยเลอร์ ตามมาบล็อคได้ทัน

    ขณะที่ในช่วงเวลาที่เหลือ มาร์กซิยาล แทบจะไม่สามารถหาโอกาสในการทำประตูได้เลย โดยส่วนหนึ่งต้องซูฮกให้กับเกมรับของ เบิร์นลี่ย์ ที่วางแท็กติกมาดีเยี่ยมนักเตะเล่นได้ตามที่ ฌอน ไดซ์ วางหมากเอาไว้ และอีกส่วนหนึ่งต้องโดนคำถามไปหา โซลชา ว่าไม่มีแผน บี เมื่อทีมต้องเจอวิกฤติในการทำประตู แน่นอนว่าตอนนี้ มาร์กซิยาล ไม่สามารถทดแทนการขาดหายไปของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ต้องพักรักษาตัวจากการผ่าตัดกระดูกหลังร้าวนานถึง 3 เดือน ฉะนั้นสิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องทำเป็นการด่วนก็คือการหาผู้เล่นหน้าเป้าฝีเกือกฉมังมาเสริมทัพในช่วงไม่ถึง 2 สัปดาห์นี้ด่วน ก่อนตลาดพ่อค้าแข้งฤดูหนาวจะปิดตัว

MANCHESTER, ENGLAND – JANUARY 22: Anthony Martial of Manchester United in action with Charlie Taylor of Burnley during the Premier League match between Manchester United and Burnley FC at Old Trafford on January 22, 2020 in Manchester, United Kingdom. (Photo by Ash Donelon/Manchester United via Getty Images)

3. เล่นไร้จินตนาการ
    ตอนนี้สาวก “เร้ด อาร์มี่” ยอมรับแบบไม่มีอิดออดว่าทีมรักของพวกเขาเล่นฟุตบอลแบบไม่มีจินตนาการในยุคโซลชาครองบัลลังก์ เพราะวิธีการเล่นของ “น้าลูกอม” เป็นรูปแบบเดิมๆ ไม่มีการเล่นพลิกแพลง หรือแผนสำรองในยามที่ทีมต้องเปิดเกมบุกเพื่อทำประตู

    ระบบการเล่น 4-2-3-1 ไม่สามารถทำอะไร เบิร์นลี่ย์ ได้เลย เพราะทีมเยือนบุกมาที่ “โรงละครแห่งความฝัน” ด้วยแผนการเล่นแบบเน้นตั้งรับและหาจังหวะสวนกลับซึ่งพวกเขาทำได้ตามแผนที่วางเอาไว้ เมื่อมีจังหวะยิงประตูสามารถจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม สวนทางกับ “ผีแดง” ที่มีโอกาสแต่ไม่เด็ดขาด

    ช่วงก่อนและหลังโดนนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้วิธีการเล่นแบบเดิมๆ ด้วยการส่งบอลออกไปทางริมเส้น และพยายามเปิดเข้ากลางแต่ก็ไม่มีความแม่นยำ ในขณะที่การพยายามเจาะตรงกลางก็ยังขาดๆ เกินๆ ซึ่งตลอดทั้งเกม “เร้ด เดวิลส์” เล่นแบบนี้และไม่สามารถกดดันแนวรับผู้มาเยือนได้เลย

    อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และ แดเนี่ยล เจมส์ ไม่สามารถใช้ความเร็วที่เป็นจุดเด่นของพวกเขาได้เลย ส่วนผลงานของ อันเดรียส เปเรยร่า เป็นการยืนยันแล้วว่าเขาพึ่งพาไม่ได้ และการส่ง เมสัน กรีนวู้ด ลงมาแทนตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ช่วยให้ทีมสามารถกดดันคู่แข่งได้บ้าง แถมหัวหอก “ไม้เขียว” ยังโชว์ทักษะชั้นยอดในการหลอกคู่แข่ง แต่ดันโดนทำฟาวล์ซะก่อนไม่งั้นอาจจะได้เห็นการยิงประตูสวยๆ จากเขาก็ได้

    ส่วนการส่ง ลุค ชอว์ และ เจสซี่ ลินการ์ด  ลงสนามไม่ได้สร้างความแตกต่างในเกมรุกเลย เพราะทีมยังคงเล่นแบบเดิมๆ งานนี้แฟนบอลแมนฯ ยูฯ คงตั้งคำถามว่า โซลชา ไม่ได้แก้เกมอะไรเลยหรือไง เพราะใช้ตัวสำรองทั้ง 3 คนลงสนาม แต่สไตล์การเล่นยังไร้ประสิทธิภาพไม่เปลี่ยนแปลง

4.  วิกฤติศรัทธาสาวก “ผีแดง”
    คอลูกหนังตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน รู้กันดีว่า โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นเมกะลูกหนังที่ทำให้ทีมเยือนต้องขาสั่น เพราะพลังของกองทัพ “เร้ด อาร์มี่” ที่คอยตะโกนกระตุ้นทีมรักดังลั่นสนั่นสนาม โดยเฉพาะในยุคป๋า ไม่มีครั้งไหนที่แฟนบอลจะลุกหนีต่อให้มีสกอร์ตกเป็นรอง แต่พวกเขาเชื่อมั่นว่าทีมจะกลับมาได้เสมอ

    อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่หมดยุค “เซอร์เฟอร์กี้” สถานการณ์ของทีมเริ่มเข้าสู่ยุคมือ ในช่วงแรกๆ แฟนบอลยังคงเชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสามารถกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้ โดยเฉพาะตอนที่ได้ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามากุมบังเหียน แม้ทีมจะขาดการเล่นเกมรุกที่สนุกเร้าใจ แต่ก็มีแชมป์ติดไม้ติดมือมาประดับสโมสร

    กระนั้นด้วยจิตวิญญาณของทีมที่ต้องการเล่นฟุตบอลสไตล์เอนเตอร์เทน ซึ่ง “เฮียมู” ทำไม่ได้ ก็ต้องจากไป ! การได้ โซลชา มาร่วมทีม ตอนแรกทุกๆ คนคงเห็นว่าสโมสรกลับคืนสู่ปรัชญาการเล่นแบบสนุกเร้าใจ เติมเกมบุกเมามัน และยังให้โอกาสดาวรุ่งด้วย แต่เมื่อ “น้าลูกอม” ได้สัญญาถาวร ทุกอย่างกลับตาลปัตรทันที

    นับตั้งแต่ต้นฤดูกาลนี้จนถึงเกมล่าสุดที่แพ้ เบิร์นลี่ย์ อาจจะมีบางเกมที่แฟนแมนฯยูฯ ลุกหนีออกจากสนาม แต่ในแมตช์นี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่น่าใจหายสุดๆ เพราะสาวก “ผีแดง” ลุกออกจากสนามก่อนหมดเวลาถึง 10 นาทีซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย ยิ่งบ่งบอกเป็นนัยยะว่าต้องการประท้วงผลงานของทีมที่นับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง

    ขณะที่แฟนบอลบางส่วนที่อยู่บนอัฒจันทร์ฝั่ง สเตรทฟอร์ด เอนด์ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงและพร้อมใจกันร้องเพลงประท้วงตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสรชาวอเมริกัน แน่นอนว่าตอนนี้เป็นช่วงวิกฤติศรัทธาของทีมอย่างแท้จริง และสิ่งที่ โซลชา ต้องทำก็คือการเรียกความเชื่อมั่นจากสาวก “ผีแดง” กลับมาเหมือนกับวันแรกที่เขาเข้ามากุมบังเหียน !!

โซลชาเก้าอี้ร้อน ! ผ่า 5 ประเด็น เบิร์นลี่ย์ บุกฝัง แมนยู คาบ้าน

5. โซลาเก้าอี้ร้อน
    บอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนกรานว่าพวกเขายังคงให้การหนุนหลัง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยู่เสมอ ทั้งในเรื่องการคุมทีม และเงินสนับสนุนในการเสริมทัพ แต่ผลงานในเวลานี้คงจะทำให้สโมสรต้องเริ่มหันกลับมาคิดใหม่ทำใหม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินกว่าจะแก้ไข

    ตอนนี้สาวก “ผีแดง” ให้ความเคารพ โซลชา ในฐานะตำนานนักเตะ และโคตรซูเปอร์ซับเท่านั้น แต่กับการเป็นผู้จัดการทีมพวกเขาแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่อยากให้ “กุนซือเบบี้เฟซ” ทำหน้าที่นี้อีกต่อไปแล้ว เพราะหากยังขืนกุมบังเหียนต่อไปศรัทธาที่มีอยู่สมัยเป็นนักเตะ อาจจะเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง

    เหล่ากองทัพ “เร้ด อาร์มี่” ยังคงเคารพในตัว โซลชา เสมอแม้ว่าจะทำทีมได้น่าผิดหวังก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอยากให้เขาคุมทีมต่อไป และตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าข่าวกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คงจะกลับมาโหมกระหน่ำอีกครั้งแน่นอน

    สถานการณ์ในการลุ้นท็อปโฟร์เริ่มน่าเป็นห่วงแล้ว และมีความเป็นได้สูงที่สโมสรจะดึงผู้จัดการทีมคนที่ 5 เข้ามาคุมทีมในช่วงเวลาไม่ถึง 7 ปี ฉะนั้นชื่อของ “พอช” คงเป็นเต็งหนึ่ง แต่หากเขาได้รับการแต่งตั้งจริงๆ ก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถกอบกู้วิกฤติของทีมได้หรือไม่